รู้จักธุรกิจแฟรนไชส์ และ 5 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนให้รุ่ง
เปิดความหมายธุรกิจแฟรนไชส์ โดยมี 3 อันดับแรกสัดส่วนการลงทุนมากที่สุด และ 5 ข้อควรรู้ก่อนลงทุนให้รุ่ง
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ระบุว่า แฟรนไชส์เป็นระบบธุรกิจสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่ขาดประสบการณ์ และความรู้ทางด้านธุรกิจและการตลาด โดยผู้ขายแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) เป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิค (Know How) ให้แก่ผู้ร่วมธุรกิจที่เป็นผู้ซื้อแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี) โดยในปี 2566 ธุรกิจแฟรนไชส์ทั่วโลกสร้างรายได้มากกว่า 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และธุรกิจแฟรนไชส์ไทยมีมูลค่าการลงทุนแฟรนไชส์ 119.82 ล้านบาท
โดยมีเป้าหมายให้ธุรกิจแฟรนไชส์ช่วยสนับสนุนการจ้างงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ถึงร้อยละ 40 ในปี 2570 จากปี 2565 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 35.2 เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
อัจฉริยะแฉ! ตร.หิ้วสอบคนใกล้ชิดทนายตั้มตัวย่อ "บ" รับสารภาพหมดเปลือก!
ปัจจุบัน ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยมีศักยภาพและแนวโน้มเติบโตในแทบทุกกลุ่มธุรกิจ ในปี 2566 มีมูลค่าการลงทุนแฟรนไชส์ 119.82 ล้านบาท มีธุรกิจแฟรนไชส์จานวน 609 ธุรกิจ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.33 (ปี 2565 มีธุรกิจแฟรนไชส์ 552 ธุรกิจ) โดยธุรกิจที่มีสัดส่วนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- กลุ่มเครื่องดื่มและไอศกรีม (สัดส่วนร้อยละ 25.29)
- กลุ่มอาหาร (สัดส่วนร้อยละ 24.3)
- กลุ่มการศึกษา (สัดส่วนร้อยละ 16.09)
ธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่
- กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.67)
- กลุ่มอาหาร (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.54)
- กลุ่มเครื่องดื่มและไอศกรีม (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.41)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไทยไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ แต่มีสัญญาแฟรนไชส์ ซึ่งถือเป็นสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายอื่น โดยผู้ที่ต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์แบบแฟรนไชส์ซอร์ สามารถยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ และ/หรือจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เหมือนธุรกิจประเภทอื่น และสามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ
ด้าน Krungsri Plearn Plearn จากธนาคากรุงศรี กล่าวถึง 5 ข้อควรรู้ ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์เจ้าของเป็นผู้ให้สิทธิผู้อื่นในการประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการได้ โดยที่ “แฟรนไชส์ซอร์” (ผู้ให้สิทธิในการประกอบธุรกิจ) ทำข้อตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งที่เรียกว่า “แฟรนไชส์ซี” (ผู้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจ) โดยใช้ รูปแบบ ขั้นตอน รวมไปถึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของตนหรือที่แฟรนไชส์ซอร์ มีสิทธิที่จะให้ผู้อื่นใช้เพื่อประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ของตนเองภายในระยะเวลา หรือภายในเขตพื้นที่ที่กำหนด ซึ่งการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์นั้น จะอยู่ภายใต้การส่งเสริม และควบคุมตามแผนการดำเนินธุรกิจของแฟรนไชส์ซอร์ โดยที่แฟรนไชส์ซีมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่แฟรนไชส์ซอร์
โดยธุรกิจแฟรนไชส์ ประกอบด้วย
- เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisor) เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ หรือ แฟรนไชส์ซอร์ คือผู้ให้สิทธิในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ กับผู้ที่จะมาขอซื้อแฟรนไชส์
- ผู้ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisee) ผู้ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ หรือ แฟรนไชส์ซี คือผู้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งจะเป็นผู้ที่ไปขอซื้อแฟรนไชส์จากเจ้าของแฟรนไซส์
ดังนั้น แล้วธุรกิจแฟรนไชส์ จะเหมือนการโคลนนิ่งธุรกิจหรือร้านค้า เพื่อที่จะขยายตลาดให้เติบโต แต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่แฟรนไชส์ซอร์กำหนดเอาไว้นั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่เราอยากได้สูตรลับของร้านนั้น ๆ แน่นอนว่ามันไม่ฟรี เพราะมันจะมีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจไปตลอดจนถึงสัญญาซื้อที่ต้องจ่ายแบบต่อเนื่อง ในการซื้อธุรกิจแฟรนไชส์มาเป็นของตัวเอง
5 ข้อควรรู้ ถ้าจะเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ต้องรู้อะไรบ้าง?
1. เริ่มที่ “เช็กความต้องการ” ของตลาดก่อน
ต้องเลือกให้แน่ใจว่าธุรกิจมีความ “ยั่งยืนและสามารถขายได้จริง” เพื่อการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ที่เราสนใจเลือกลงทุนในระยะยาว เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์นั้นจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ยอดการเจริญเติบโตของสาขา และยอดขายของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ในช่วง 2-3 ปีให้หลัง จนถึงปัจจุบัน เจ้าของแฟรนส์ไชส์มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากพอ Target Market ของธุรกิจแฟรนไชส์นั้นเป็นยังไง Location ที่เจ้าของแฟรนไชส์กำหนดมานั้นดูแล้วมีความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจมากน้อยแค่ไหน
2. เช็กงบดูเงินในกระเป๋าต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่?
เงินทุนเริ่มต้นส่วนใหญ่ จะตกเป็นของแฟรนไชส์ซอร์ในรูปแบบของค่าธรรมเนียมสำหรับการฝึกอบรม อุปกรณ์ และสิทธิ์ในการออกใบอนุญาต ดูว่าบริษัทแฟรนไชส์จะให้บริการอะไรเพื่อแลกกับค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ และประเมินเวลาที่ต้องใช้เพื่อรับค่าใช้จ่ายล่วงหน้ากลับคืนมา เพื่อพิจารณาว่าธุรกิจแฟรนไชส์เป็นการลงทุนที่ดีหรือไม่ ถึงแม้ว่าจะมีโมเดลธุรกิจและแนวทางปฏิบัติอยู่แล้วจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางการเริ่มต้นเพราะในธุรกิจแฟรนไชส์อาจเกี่ยวข้องกับความจำเป็นในการเอาตัวรอดจากจุดคุ้มทุน และช่วงขาดทุนสุทธิก่อนที่ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณจะโฟลว์
ซึ่งจะต้องมีรูปแบบทางการเงินที่ดีระดับหนึ่ง เพื่อหล่อเลี้ยงให้ธุรกิจแฟรนไชส์เดินต่อได้แบบไม่สะดุด ขอแนะนำให้คุณเข้าถึงเงินทุนที่ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายทางธุรกิจและค่าครองชีพส่วนบุคคลเป็นเวลาประมาณหกเดือน จริงอยู่ว่าแฟรนไชส์ได้ให้แผนความสำเร็จแก่คุณแล้ว แต่คุณจะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณสำเร็จหรือไม่ นั้นมันขึ้นอยู่กับคุณแล้วที่จะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์แรกของคุณนั้นไปรอด คำแนะนำคือให้คุณมีเงิน Pocket Money หรือเงินกู้สำรองเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน
3. เช็กตัวเองว่า “คุณเป็นคนแบบไหน”
โลกของธุรกิจแฟรนไชส์นั้นมันมีกฎที่ต้องปฏิบัติตามอยู่เสมอ ซึ่งนั้นเป็นงานที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น เพื่อให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณดำเนินต่อไปได้ ภายใต้การทำสิ่งนี้ ตามแนวทางของผู้อื่น คุณจะเป็นผู้ดำเนินการแทน หรืออาจกล่าวได้ว่าคุณเป็นผู้ดำเนินการ แต่ไม่ใช่ผู้สร้าง หากคุณเป็นนักฉีกไม่ทำตามกฎ อย่าเพิ่งซื้อธุรกิจแฟรนไชส์มาลงทุนเลย มันอาจจะกลายเป็นหายนะได้
4. ธุรกิจแฟรนไชส์คืนทุนตอนไหน?
การคืนทุนสามารถคำนวณได้เมื่อลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีระบบที่ดี ซึ่งสามารถพูดคุยกับเจ้าของแฟรนไชส์และรับตัวเลขทางการเงิน หรือคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-Even Point) จากเจ้าของแฟรนไชส์เพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่คาดหวังก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจแฟรนไชส์ โดยตัวเลขที่ได้มานั้นจะสามารถคำนวณระยะเวลาและรายได้ในการที่จะคืนทุนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในแฟรนไชส์ใหม่นั้นก็เปรียบเสมือนเป็นเกมที่ต้องคาดเดา เนื่องจากมีที่ตั้งเพียงไม่กี่แห่ง จึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจถึงความลึกหรือขอบเขตที่แท้จริงของโอกาสทางการเงิน
5. เช็กข้อจำกัดของสัญญาและค่าธรรมเนียมของแฟรนไชส์
การซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ อาจมีเรื่องของความซับซ้อนทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องในข้อตกลงด้วย ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะก่อนที่จะตกลงทำสัญญา ในส่วนของค่าธรรมเนียมผู้ซื้อธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องรับรู้และเข้าใจในข้อตกลงว่ามีค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่ต้องจ่าย โดยค่าธรรมเนียมที่ผู้ซื้อธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องจ่ายมีดังต่อไปนี้
- ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น เพื่อซื้อแฟรนไชส์ (ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเงินก้อน) ให้กับผู้ถือสิทธิ์ในการที่จะดำเนินธุรกิจต่อไป
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือเงินรายงวด เป็นสิ่งที่ต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง
โดยการจ่ายเงินครั้งนี้ มักจะเป็นรอบรายเดือน, 2 เดือน, หรือไตรมาส เงินส่วนนี้ เหมือนเป็นการจ่ายเพื่อให้เจ้าของสิทธิ์นำไปพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ / Krungsri Plearn Plearn
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB